คาราบาวคัพ ชื่อแบรนด์ไทยโด่งดังไกลระดับโลก - LSM99YOU

คาราบาวคัพ lsm99

หากจะพูดถึงชื่อ คาราบาวคัพ หลายคนอาจจะคุ้นหูหรือเคยได้ยินกันมาบ้าง แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าจริง ๆ แล้วคาราบาวคัพมีที่มาที่ไปอย่างไร บางคนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็อาจจะคิดว่า เป็นการแข่งขันกีฬา ฟุตบอล ที่จัดโดยคนไทย และแข่งที่ประเทศไทย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คาราบาวคัพนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังไกลไประดับโลก ถึงขนาดที่ว่าชาวต่างชาติต้องให้ความสนใจกันเลยทีเดียว อ่านดูแล้วก็คงอยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่า คาราบาวคัพมันมีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะอะไรทำไมชาวต่างชาติถึงให้ความสนใจ ถ้าคุณพร้อมแล้วก็มาดูข้อมูลดี ๆ ที่เรานำมาฝากวันนี้กันเลย

ที่มาที่ไปของ คาราบาวคัพ

คาราบาวคัพ นั้นฟังดูแล้วหลายคนก็อาจจะคิดถึงแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังหรือวงดนตรีชื่อดังของไทย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ความคิดที่ผิด เพราะว่าคาราบาวเป็นแบรนด์ของเครื่องดื่มชูกำลังจริง ๆ และก็เป็นชื่อของวงดนตรีไทยด้วยเช่นกัน แต่ก่อนที่เราจะพาคุณไปรู้จักจุดที่คาราบาวคัพประสบความสำเร็จนั้น เรามาดูที่มาที่ไปของคำว่า “ คาราบาว ” กันก่อนดีกว่า โดยที่มาของคาราวบาวเริ่มจากการที่แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดังของไทยลงทุนร่วมกับโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังนามว่า “ คาราบาวแดง ” เมื่อปีพ.ศ.2545  ต่อมาด้วยการเติบโตของแบรนด์คาราบาวแดง จึงได้ถือกำเนิดเป็นขื่อให้รายการแข่งงขันฟุตบอล EFL Cup หรือ ลีกคัพ ก่อนที่จะมาเป็น คาราบาวคัพ Carabao Cup ซึ่งทางคาราบาวแดงเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนหลักของรายการ เป็นการแข่งขัน ฟุตบอล ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่อีกรายการของเมืองผู้ดี เป็นรองแค่พรีเมียร์ลีกกับเอฟเอคัพ โดยมีทีมฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 92 ทีม โดยมี 20 ทีมมาจากพรีเมียร์ลีก กับอีก 72 ทีมมาจากลีกอาชีพในประเทศนั่นเอง 

คาราบาวคัพ น่าสนใจอย่างไร

หลายคนอาจจะงง ๆ และสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่าแล้ว คาราบาวคัพ มันมีอะไรให้น่าสนใจบ้าง ซึ่งถ้าหากจะพูดถึงจุดเด่นของการแข่งขัน ฟุตบอล ลีกนี้นั้น คาราบาวคัพเป็นถ้วยที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้แบรนด์คนไทย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญและเป็นก้าวแรกที่ดีของวงการฟุตบอลบ้านเราเลย ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้ เนื่องจากมีคนมากมายให้ความสนใจติดตามไม่ว่าจะเป็นชาวไทยและชาวต่างชาติ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักฟุตบอล และสโมสรฟุตบอลเล็ก ๆ สามารถดวลแข้งกับทีมยักษ์ใหญ่ได้ โดยทางคาราบาวคัพนั้นมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ได้แก่ สัญลักษณ์ของคาราบาวเป็นรูปควาย ( ในภาษาฟิลิปปินส์ คาราบาว มีความหมายว่า ควาย ) , สีของลูกฟุตบอล, สีโบว์ที่ใช้ประดับถ้วย หรือแม้กระทั่งป้าย Bill Board ต่าง ๆ

ทำเนียบความยิ่งใหญ่ของ คาราบาวคัพ

ถึงแม้ว่า คาราบาวคัพ จะเป็นลีกที่มีอายุเก่าแก่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ประสิทธิภาพของลีกจะเก่าตามไปด้วย เพราะข้อมูลต่อไปนี้ที่ทางเรานำมาฝาก จะทำให้คุณรู้ว่าคาราบาวคัพไม่ได้เป็นลีกที่ควรจะมองข้ามเลย เนื่องจากมีสโมสรมากมายที่ต่างตบเท้าเข้ามาคว้าแชมป์กันอย่างไม่หวาดไม่หวั่น โดยคาราบาวคัพนั้นหากจะพูดถึงทีมแชมป์ที่สามารถทำผลงานได้โดดเด่นจะมีอยู่  5 ทีมด้วยกัน ซึ่งรายละเอียดก็มี ดังนี้

  • ลิเวอร์พูล

สำหรับสโมสรยักษ์ที่ชื่นชอบของใครหลายคนนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าการเล่นของทีมนี้นั้นแน่นอนจริง ๆ เพราะสามารถคว้าชัยชนะเลิศจากคาราบาวคัพไปได้ถึง 8 สมัย และรองชนะเลิศอีก 4 สมัย ส่งผลให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมอันดับ 1 ที่คว้าถ้วยแบรนด์ไทยไปได้มากที่สุด

  • แมนซิตี้ 

สำหรับสโมสรชื่อดังอย่างแมนซิตี้เองก็มีผลงานโดดเด่นไม่น้อยหน้าสโมสรอื่น ๆ เลย โดยสามารถคว้าชัยชนะจากคาราบาวคัพไปได้ถึง 7 สมัย และรองชนะเลิศอีก 1 สมัย

  • แอสตันวิลลล่า

สโมสรแอสตันวิลลล่าเป็นอีกหนึ่งในสโมสรชื่อดังของเมืองอังกฤษ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ต้องถามถึงฟอร์มการเล่นเลย เพราะแค่การแข่งขัน ฟุตบอล คาราบาวคัพก็สามารถคว้าชัยชนะไปได้ถึง 5 สมัย และรองชนะเลิศอีก 4 สมัย

  • แมนยู

อีกหนึ่งสโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นอย่างแมนยูก็ไม่น้อยหน้า เพราะสามารถคว้าชัยชนะจาก คาราบาวคัพ ไปได้ถึง 5 สมัย และรองชนะเลิศ 4 สมัย

  • เชลซี

สโมสรเชลซีพวกเขาสามารถคว้าชัยชนะจากคาราบาวคัพไปได้ถึง 5 สมัย และรองชนะเลิศอีก 3 สมัย ส่งผลให้พวกเขารั้งตำแหน่งอันดับที่ 5 ไป

นี่ก็เป็นเพียงรายละเอียดคร่าว ๆ ที่เรานำมาฝาก คุณจะเห็นได้เลยว่า 5 อันดับ จากการแข่งขัน ฟุตบอล คาราบาวคัพ นั้นเป็นสโมสรชื่อดังยักษ์ใหญ่ของอังกฤษทั้งสิ้น โดยก่อนหน้าที่แต่ละทีมจะมาสู่รอบลึก ๆ ก็อาจจะเคยพบกันมาก่อน หรือ พบกับสโมสรเล็ก ๆ ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสที่ดีในการพบทีมใหญ่นั่นเอง

กติกาการแข่ง คาราบาวคัพ มีอะไรบ้าง

สำหรับกติกาการแข่งขัน ฟุตบอล คาราบาวคัพ นั้น โดยหลัก ๆ แล้วจะมีกติกาการแข่งที่แบ่งออกเป็นรอบ ๆ ดังนี้

  • รอบแรก : จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลของทีมสโมสรในประเทศอังกฤษทั้งหมด 72 ทีมจาก ลีกวัน ลีกทูและลีกแชมป์เปียนชิพมาทำการแข่งขันกัน โดยวัดผลแพ้ชนะในนัดนั้น ๆ เลยไม่มีเหย้า-เยือน เมื่อการแข่งขันดำเนินไปแล้ว 90 นาที หากเสมอกันก็จะมีการต่อเวลาพิเศษให้เพิ่ม และถ้าหากยังไม่มีฝ่ายใดชนะก็จะตัดสินโดยการดวลจุดโทษ 
  • รอบที่ 2 : จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลทั้งหมด 12 ทีมจากพรีเมียร์ลีกที่ไม่ได้ไปแข่งยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก หรือ ยูฟ่ายูโรป้าลีก มาทำการแข่งขันกันเพื่อหาทีมชนะ โดยกติกาการแข่งรอบนี้จะเหมือนกับรอบแรกทั้งหมด
  • รอบที่ 3 : จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลทั้งหมด 8 ทีมที่ได้เข้าแข่งขัน ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก หรือ ยูฟ่ายูโรป้าลีก ซึ่งการที่แต่งละทีมเข้ามาถึงรอบ 3 ได้นั้นก็มาจากการที่ให้ทีมในระดับเดียวกันได้ทำการแข่งขันกันก่อน
  • รอบที่ 4 : จะเป็นการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่จะทำการจับฉลากทีมที่ผ่านเข้ารอบมาทั้งหมด 16 ทีม จากนั้นก็จะวัดผล วัดดวงเอาว่าทีมไหนจะได้เจอกัน อาจจะเป็นทีมใหญ่เจอทีมใหญ่ ทีมเล็กเจอทีมเล็ก หรือทีมใหญ่เจอทีมเล็กก็ได้ ทีมใดชนะก็จะเข้าสู่รอบต่อไป
  • รอบที่ 5 : จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยมาจากทีมที่ชนะในรอบ 16 ทีม แล้วมาทำการจับฉลากอีกครั้ง แต่คราวนี้จะทำการแบ่งสายออก ซึ่งก็จะง่ายต่อการแข่งเพราะว่าเมื่อทีมใดชนะก็จะรู้ได้เลยว่า การแข่งในครั้งถัดไปจะได้เจอกับทีมใด
  • รอบรองชนะเลิศ : สำหรับรอบนี้จะทำการแข่งขันแบบ 2 นัดแบ่งเป็นเหย้ากับเยือน โดยจะทำการดวลแข้งกันแล้วนำประตูที่ทั้ง 2 ทีมทำได้มารวมกัน หากทีมใดสามารถทำประตูได้มากกว่าก็เป็นผู้ชนะ และเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศเลยทันที
  • รอบชิงชนะเลิศ : รอบนี้จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลแบบนัดเดียว โดยจะทำการแข่งขันที่สนามกีฬาเวมบลีย์  หากทีมที่แข่งเสมอ ก็จะทำการต่อเวลาและถ้าหากยังไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะ ก็จะตัดสินโดยการดวลจุดโทษเพื่อหาผู้ชนะ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลของการแข่งขัน ฟุตบอล คาราบาวคัพ ที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าจะทำให้ทุกคนรู้จักและเข้าใจกันมากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลข้างต้นนั้นคุณจะเห็นและรู้สึกได้เลยว่า คาราวบาวคัพ ก็เป็นอีกหนึ่งการแข่งขันฟุตบอลดี ๆ ที่คุณต้องติดตามและไม่ควรมองข้ามไปเลยสักนิด เพราะรับรองได้เลยว่าจะทำให้คุณได้รับความสนุกไม่แพ้การแข่งขันอื่น ๆ เลย และสามารถเข้าไปดูบทความเกี่ยงกับฟุตบอลได้อีกที่ LSM99YOU เว็บนี้ที่มีแต่ความบันเทิงให้กับคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทางเข้าสมัครสมาชิก